Month: July 2021

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลติเตียนโก มาดริด จ้องมองสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ แถลงการณ์ว่า เจสซี ลินการ์ด กองกลางตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นเป้าหมายในตลาดค้าขายซัมเมอร์ของ แอตเลติโก มาดริด ทีมแชมป์ลาลีกา ประเทศสเปน ตัวรุกวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงครึ่งฤดูหลัง ทำได้ 9 ประตูจากการลงไปในสนาม 16 นัดช่วยทำให้ทีมของ เดวิด มอยส์ คว้าอันดับ 6 ของตารางแล้วก็ผ่านเข้าไปเล่นในบอลยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ ด้วยฟอร์มอันเร่าร้อนเช่นนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้งเมื่อมีนาคมแล้วก็ยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักเตะที่ถูกเรียกมาเตรียมพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แต่ว่าก็ถูกเอาทิ้งจาก 26 คนท้ายที่สุดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างโชคร้าย สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ ถึงแม้ทาง โอเล กุนที่นาร์ โซลชา จะออกมาการันตีว่าเขายังอยากได้เก็บนักเตะเอาไว้กับทีมต่อไป แต่ว่า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็อยากได้ดึงเขากลับไปร่วมทีมอีกครั้ง รวมทั้งจากรายงานปัจจุบันกล่าวว่า แอตเลติโก มาดริด ของ ดิเอโก สิเมโอเน ก็สนใจอยู่ด้วยเหมือนกัน คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดค้าขายโดยประมาณ 25 ล้านปอนด์ขณะที่ข้อตกลงของเขาเหลืออีกเพียงแต่ปีเดียว ซึ่งทางทีมขุนค้อนมีแผนการที่จะขอยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดู ขณะที่เจ้าตัวอยากได้ย้ายทีมแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลติเตียนโก มาดริด จ้องมองสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา Continue Reading

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดแจงออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกใส่ชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงสู่สนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด Football Italia สื่อดังจากแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับเครื่องแต่งตัวอีกที เพื่อให้กล้องถ่ายทอดสดดำเนินงานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เหมาและ เสื้อ กางเกง แล้วก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวทั้งยังโทนเข้มแล้วก็อ่อน ส่วนในกรณีที่ชุดแข่งมีมากกว่า 2 สี ควรต้องให้สีอื่นมีความสะดุดตากว่าสีเขียวเพียงแค่นั้น แล้วก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดู 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตกลงใจประกาศให้รู้ตั้งแต่ฤดูนี้เพื่อให้ทุกครั้งมมีเวลาเตรียมตัว จากการประกาศกฎดังที่กล่าวถึงแล้ว แน่ๆว่าสมาพันธ์ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23 Continue Reading

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้กองทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดครอบครองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตัวเอง เนื่องจากเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติอเมริกาใต้ วัวปา อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล กลับมีนักเตะเชื้อสายบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี รวมทั้ง ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะเชื้อสายบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้ทีมลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งผอง 6 คน ดังเช่น เปกระเป๋า ปราการหลังทีมชาติโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส ปราการหลังทีมชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวาทีมชาติยูเครน รวมทั้ง 3 นักฟุตบอลทีมชาติอิตาลีตามรายนามข้างต้น โดยทั้ง 6 คนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งผองเลยด้วย แต่มีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สโมสรฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย ซึ่งก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากได้ย้ายมาปักหลักภูมิลำเนาในประเทศอิตาลีตั้งแต่ตอนที่แก่เพียงแค่ 15 ปี รวมทั้งได้รับชนชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อจากนั้นได้เริ่มอาชีพค้าแข้งกับ เวโรที่นา ในตำแหน่งมิดฟิลด์เมื่อปี 2010 รวมทั้งย้ายไปสร้างชื่อกับ ที่นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้กองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 รวมทั้งได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ตอนที่ โตลอย พึ่งจะได้ชนชาติในช่วงต้นปี 2021 ภายหลังที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมามีนักเตะเชื้อสายบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครอบครองแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนที่นา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อตอนที่สวมบทเป็นกองกลางทีมชาติประเทศสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าในตอนนี้มีนักเตะเชื้อสายบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครอบครองแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เนื่องจาก จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน รวมทั้ง โตลอย กลายเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้ากลมเกลียวพร้อมใจ เนื่องจากได้สวมเสื้อของกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020 Continue Reading

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงชื่อนัดชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดชิงแชมป์บอลยูโร 2020 ที่บทสรุปเป็น ทีมชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ ทีมชาติอังกฤษ ไป 3-2 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้เสร็จ ท่ามกลางความไม่สมหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์ ปัจจุบัน มีรายงานว่าแฟนบอลทีมชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงนามอย่างจริงจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำการรีแมตช์นัดชิงแชมป์ใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่แฟร์ โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินประชาชนชาวดัตช์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าวินิจฉัยผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแม้กระนั้นก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ต้องเป็นใบแดงเช่นกัน จนกระทั่งในตอนนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงนามใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งขันกันใหม่อีกที ซึ่งนอกเหนือจากพวกเขาเห็นว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มด้วยว่า ทีมชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ อย่างไรก็ดี การร่วมลงนามคราวนี้คงจะเป็นได้เพียงแค่การแสดงออกทางความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงจะไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงชื่อนัดชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งขันใหม่ Continue Reading

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ต้องพบกับความไม่สมหวังอีกรอบ หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564   ทำให้พวกเขายังต้องรอคอยความสำเร็จต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการครอบครองแชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามมีหลายเสียงวิจารณ์หลังเกมอย่างใหญ่โต เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีความกดดันสูง ทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) และก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมฟุตบอลวัย 50 ปี ออกมาแจกแจงถึงเรื่องนี้ว่า “ทุกๆอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยพิจารณาจากภาพรวมสำหรับเพื่อการฝึกฝน ถ้าหากคุณจะโทษใคร คนนั้นควรเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่คนเดียว แม้กระนั้นเราจะอยู่ใกล้เคียงเขา”   นอกเหนือจากนี้ อดีตกาลปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เผยถึงต้นสายปลายเหตุว่าเพราะอะไรทีมจึงหันมาเล่นเกมรับ และก็ตกลงใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ นั่นทำให้เราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ดังการเดิมพัน ถ้าเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ เราก็บางทีอาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นไปได้”

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน Continue Reading

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเหมาะสมที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเหมาะสมที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดคว้าชัยชนะ ยูโร 2020 ถึงประเทศอังกฤษ หลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดลูกโทษชี้ขาด 3-2 คว้าชัยชนะมาครองเป็นสมัยลำดับที่สองภายหลังเคยคว้าทำเป็นสำเร็จในปี 1968 ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น หลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย ผู้เล่นเยี่ยมของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)   นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดลูกโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดลูกโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และช่วยทำให้ทีมของเขาคว้าชัยชนะ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้รักษาประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่กล่าวมาแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992 เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและเสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ ทำเนียบนักฟุตบอลเยี่ยม ศึกยูโร 7 ครั้งล่าสุด – ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนทุ่งนารุมมา (อิตาลี) – ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) – ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน) – ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (ประเทศสเปน) – ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ) – ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส) – ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี) ดาวรุ่งเยี่ยม – เปดรี (ประเทศสเปน)   ตอนที่ เปดรี กองกลางของ ประเทศสเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นแทบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียวเพียงแค่นั้น “สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น มันช่างเหลือเชื่อ ไม่เหมือนใคร” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)   คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำเป็น 5 ประตูเท่ากับ ขว้างตริก ชิก กองหน้าทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ว่าจอมบุกแดนฝอยทองทำเป็น 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด แข่งขันรวม 51 นัดหมาย ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม ทีมที่ทำประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม[…]

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเหมาะสมที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเหมาะสมที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ Continue Reading

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นลำแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดตั้งคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักเตะระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า “ให้เลือกนักเตะระดับสตาร์ 3 คน ที่มิได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส แล้วก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมเพราะเหตุว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลย โดยลิสต์รายชื่อนักเตะให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..[…]

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นลำแข้งดังเหรอ? Continue Reading

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงชนะเลิศ ที่ตระเตรียมฟาดหน้าแข้งกันเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย อย่างที่แฟนบอลรู้ๆกันอยู่ ปีนี้เป็นการแข่งขันระหว่างคู่ชิงในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกับชั่วกัลป์อย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ ข้างหลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้ครองแชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลด้วยเหตุว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง สำหรับจุดกำเนิดเรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า “ก่อนจะเอาหินมาเหวี่ยงใส่ฉันในที่สาธารณะ ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนพ้องชาวอาร์เจนไตน์คนไม่ใช่น้อย แต่ฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ฉันเชียร์ด้วยเหตุว่าฉันรักบอล แล้วก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเกิดเรื่องที่เที่ยงธรรม!” ภายหลังโพสต์ของนักข่าวสาวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีแฟนบอลไม่น้อยล้วนคล้อยตามความคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งดูเหมือนจะทั้งหมดก็ให้เหตุผลคล้ายคลึงกันนั่นคือ ชื่นชมในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น แล้วก็ต้องการที่จะให้สมหวังเสียเชิงในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังคับข้องใจจากความไม่ประสบผลสำเร็จของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในหัวข้อนี้ยาวว่า “ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจ ความฝันของผมชั่วชีวิตคือการได้เล่นให้ทีมชาติแล้วก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องส่งเสริม” “ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาแข่งขันอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์” “หากสิ่งนั้นคือบราซิล ด้วยเหตุว่าผมคือคนบราซิล แล้วก็ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ไม่เป็นไรนะ ผมให้ความเคารพนับถือ แต่ไปตกนรกซะเถิด” สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา แล้วก็ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ ต่อจากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่บราซิลก็ยังเข้มแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับจากปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เผชิญหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนหน้าที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย แล้วก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่ง

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันใจไปตายซะ Continue Reading

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการเสียชีวิตของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนพ้องร่วมอาชีพรุ่นลูก

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและล้มลงสู่พื้น และจำเป็นต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจทำให้ภาพเรื่องความสูญเสียในอดีตกาล ย้อนกลับเข้ามาในความนึกคิดของเหล่าแฟนบอล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนมากจำก้าวหน้า ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนถึงจำเป็นต้องถูกแบกออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้สำเร็จ จนถึงความสูญเสียดังที่กล่าวถึงมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยทำหน้าที่แข่งขัน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 แม้กระนั้นการสูญเสียในครั้งนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตสำหรับในการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม เข้มแข็งขนาดไหนก็ล้มได้ ถึงแม้ว่านักเตะอาชีพ จะเป็นกลุ่มชนที่มีร่างกายแข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเหมือนกับกองกลางของแดนโคนมรายนี้ หนึ่งในเรื่องที่ผู้คนจำนวนมากจำก้าวหน้า เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมกองทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่เจอกับ สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำเป็นต้องเจอหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง แมตช์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้างตัวเขาเลย ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มแพทย์เข้ามาปฐมพยาบาลเขาในสนาม ก่อนที่จะเขาจะถูกแบกออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ข้างหลังอุตสาหะกู้ชีพอยู่ยาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อไป วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาติ แคเมอรูน ณ ในตอนนั้น เปิดเผยว่าเขาอยากสลับตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะตลอดตัวเขาและกลุ่มแพทย์ มีความเห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีอาการล้า และเขยื้อนได้ช้าลง แม้กระนั้นเจ้าตัวยังอยากเล่นต่อ เพื่อช่วยทำให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ ภรรยาของดาวเตะรายนี้ ระบุว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องร่วงมา 2-3 วันแล้ว รวมทั้งมีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แม้กระนั้นเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดหมายนั้น ผลการชันสูตรพลิกศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจดก หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวถึงมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั่วทั้งโลก พบบ่อยได้หลายครั้งในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตชั้น 1 ของผู้สูงอายุน้อยกว่า 35 ปี ใจความสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดตายด้วยซ้ำ ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างตรงเวลา แม้กระนั้นในขณะนั้น แทบจะไม่มีผู้ใดคาดหมายว่านักฟุตบอลที่มีร่างกายแข็งแรงอย่างนี้ อยู่ดีๆจะล้มครืน จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต โน่นจึงทำให้ ฟีฟ่า ตกลงใจยกเครื่องทางการแพทย์ใหม่ทั้งปวง เพื่อไม่ให้เรื่องดังที่กล่าวถึงมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกที ชีวิตจำเป็นต้องมาก่อน ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกเอามาเอ่ยถึง เป็นอาการหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ตลอดเวลา และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงขนาดไหนก็ตาม ฟีฟ่า อยากค้ำประกันว่าผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลจำเป็นต้องรู้เรื่องใจความสำคัญดังที่กล่าวถึงมาแล้ว โดยยิ่งไปกว่านั้นกับข้าราชการแพทย์ ที่จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการอบรมขั้นตอนสำหรับในการช่วยชีวิต ถ้าเจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเจออาการ SCA ขึ้น ถ้าผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการปะทะกับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือหมดสติไป กลุ่มแพทย์สามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ในทันที โดยไม่ต้องรอคอยผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต เพราะพวกเขาอาจมีเวลาแค่ 2 นาที ภายหลังที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะจำเป็นต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เพราะยิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน จังหวะสำหรับในการรอดตายก็ยิ่งเลือนรางลงไป ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีผู้ใดทำ CPR ให้เขาเลย ถึงแม้เขาจะหมดสติไปยาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว ถึงแม้เจ้าตัวจะมีอาการตาเหลือกตาพอง และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจเพราะแทบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีในกรณีที่นักเตะกำเนิดหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม แม้กระนั้นโน่นก็ทำให้กลุ่มแพทย์ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้ทราบจะกับความเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ตลอดเวลา ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมพร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยแพทย์ที่ครบครันกว่าเดิม รวมทั้งกำหนดให้เครื่อง AED ควรจะมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์แข่งขันจริง หรือระหว่างการฝึกฝนก็ตาม ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจทานความผิดปกติของหัวใจ ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่บางทีอาจตรวจเจอทุกความผิดปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้กระนั้นก็พอเพียงที่จะคัดกรองความพร้อมเพรียงของผู้เล่นในระดับหนึ่ง และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกระดับทางการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้รักษาประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการปะทะกับเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนกระทั่งขั้นหมดสติ และจำเป็นต้องนอนรอคอยรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการเสียชีวิตของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนพ้องร่วมอาชีพรุ่นลูก Continue Reading

ร่ำรวยสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดหมายชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษกล่าวว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงทำหน้าที่ในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นผู้ตัดสินลูกหนังที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดในโลก สื่อดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วกล่าวว่า ท่านเปาชาวฮอลันดามีทรัพย์สินส่วนตัวค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมก่อตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม หลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน   ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัย รวมทั้งศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 สมัย ซึ่งแรงดลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวเป็นคุณพ่อ ที่เคยเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลในระดับกึ่งอาชีพนั่นเอง สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง กลุ่มชาติอังกฤษ เจอ กลุ่มชาติอิตาลี นี้จะนับว่าเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส หลังเคยวินิจฉัยนัดชิงชนะเลิศเกมระดับสมาคมในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) รวมทั้ง ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว   ส่วนในศึกยูโรคราวนี้ ไคเปอร์สลงทำหน้าที่ไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด รวมทั้งรอบ 8 กลุ่มสุดท้ายอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล รวมทั้ง เออร์วิน เซนสยี่ห้อ ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวประเทศสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ร่ำรวยสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดหมายชิงฯยูโร 2020 Continue Reading